Starglade คืออะไร
Starglade Expansion เป็นอัปเดตครั้งใหญ่ของ Ragnarok: The New World ที่เพิ่มทวีปลอยฟ้าเหนือ Prontera เปิดให้ผู้เล่น Base Level 85 ขึ้นไปเข้าถึง Starglade เป็นโซน Endgame ที่มีทั้งสำรวจ ฟาร์ม และเนื้อหา Co-op ขนาดใหญ่ บรรยากาศของแผนที่เป็นทุ่งหญ้าเรืองแสงและซากปราสาทลอยฟ้า ต่างจาก Payon Forest ของเวอร์ชันคลาสสิก
ดูคู่มือวิดีโอ
ภูมิศาสตร์และจุดเซฟ
Starglade แบ่งออกเป็นสี่โซนที่เชื่อมต่อกันด้วย Sky Bridge:
- Astral Plains – โซนเริ่มต้น เลเวลแนะนำ 85–90 มีจุดเซฟหลักที่ Glimmer Camp
- Beacon Ridge – ภูเขาหินลอยฟ้าที่มี Beacon 4 ดวงกระจายอยู่
- Starfall Crater – โซนฟาร์มตรงกลางมอบมอนสเตอร์ระดับ 90–95 จำนวนมาก
- Lumen Spire – หอคอยสุดท้ายของบอส Varmundt และ Astral Raid
จุดเซฟทั้งหมดเชื่อมต่อกับ Kafra Teleport และใช้ Wing of Crow ได้ทันที
ระบบ Beacon และ Star Glitter
Beacon คือเสาแสงที่กระจายอยู่ใน Beacon Ridge ผู้เล่นต้องเปิดใช้งาน Beacon ให้ครบทุกดวงในช่วงเหตุการณ์ Star Glitter ซึ่งเกิดทุกวันเสาร์ เวลา 19:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น การเปิดใช้งานครบจะปลดล็อก Achievement Beacon Light of Starglade และให้รางวัล Star Stone 100 เม็ด ดูคำแนะนำ Achievement อื่น ๆ ได้ที่ คู่มือเควสความสำเร็จ
Astral Raid
Astral Raid เป็นคอนเทนต์ Co-op ระดับ 30 ผู้เล่นที่ปลดล็อกหลังจากทำเควส Spire Awakening เสร็จ Raid ประกอบด้วยห้าห้องที่มีบอสย่อยสี่ตัวและบอสหลักคือ Lumen Vanguard กลไกสำคัญคือระบบ Astral Sync ที่ผู้เล่นแบ่งปัน HP Pool เดียวกัน ความผิดพลาดของผู้เล่นคนเดียวส่งผลต่อทั้ง Raid
ของรางวัล Starglade
ผู้เล่นที่เคลียร์เนื้อหา Starglade จะได้รับ:
- Star Stone รวม 800 ถึง 1,200 เม็ดต่อสัปดาห์จากภารกิจประจำวันและ Beacon
- Lumenite วัสดุอัปเกรดอุปกรณ์เป็น Tier 4
- ชิ้นส่วน Astral Gear สำหรับตีบวก +10 ถึง +12
- สกิน Mount Sky Goat หายาก
ลำดับความสำเร็จแนะนำ
สำหรับผู้เล่นที่เพิ่งปลดล็อก Starglade ลำดับความสำเร็จแนะนำคือ:
- ทำเควส Spire Awakening เพื่อปลดล็อก Lumen Spire
- เปิดใช้งาน Beacon ทั้งสี่ดวงเพื่อเข้าร่วม Star Glitter ครั้งแรก
- ลง Astral Raid แบบ Normal เพื่อเก็บ Lumenite
- อัปเกรดอาวุธเป็น Tier 4 ก่อนลอง Raid Hard